Skip to content

พรายน้ำ บนหน้าปัดนาฬิกา คืออะไร?

พรายน้ำ บนหน้าปัดนาฬิกา

เจาะลึกเรื่อง “พรายน้ำ” บนหน้าปัดนาฬิกา

หากคุณสังเกตนาฬิกาข้อมือในที่มืด แล้วจะพบว่าเข็มนาฬิกาหรือหลักชั่วโมงบนหน้าปัดสามารถเรืองแสงได้ นั่นคือ พรายน้ำ บนหน้าปัดนาฬิกา หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Luminous หรือ Lume

“พรายน้ำ” ไม่ได้เป็นเพียงแค่ฟังก์ชันที่ช่วยให้เราอ่านเวลาในที่มืดได้เท่านั้น แต่มันคือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการ และสร้างมูลค่าให้กับนาฬิกา

พรายน้ำบนหน้าปัดนาฬิกา คืออะไร?

พรายน้ำ คือ สารเรืองแสงที่ถูกเคลือบบน:

  • เข็มนาฬิกา
  • หลักชั่วโมง
  • ขอบหน้าปัด (Bezel) ในบางรุ่น

เมื่อได้รับแสงจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดดหรือแสงไฟ พรายน้ำจะสะสมพลังงานและค่อย ๆ ปล่อยแสงออกมาในที่มืด

จึงช่วยให้ผู้สวมใส่อ่านเวลาได้สะดวกขึ้นในเวลากลางคืน

ย้อนเวลาเจาะลึกเรื่องราวของ พรายน้ำ

1. ยุคเริ่มต้น: Radium (เรเดียม) – ความสว่างที่แลกมาด้วยอันตราย

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 (ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1) มีความต้องการนาฬิกาที่สามารถอ่านค่าได้ในที่มืดเพื่อใช้ในกองทัพ นักประดิษฐ์จึงได้นำ Radium (เรเดียม) ซึ่งเป็นสารกัมมันตรังสีมาผสมกับซิงค์ซัลไฟด์ เกิดเป็นพรายน้ำยุคแรก

  • จุดเด่น: เรืองแสงได้ด้วยตัวเองตลอดเวลาโดยไม่ต้องรับแสงแดดก่อน

  • เรื่องเล่าในประวัติศาสตร์: ยุคนั้นมีกลุ่มคนงานหญิงที่เรียกว่า “Radium Girls” มีหน้าที่ทาพรายน้ำลงบนหน้าปัด พวกเธอใช้ปาก เลียปลายพู่กันเพื่อให้ทาสีได้คมชัด โดยหารู้ไม่ว่าสารกัมมันตรังสีนั้นอันตรายถึงชีวิต ต่อมาเมื่อตระหนักถึงอันตราย เรเดียมจึงถูกแบนจากการผลิตนาฬิกาในช่วงทศวรรษ 1960

2. ยุคเปลี่ยนผ่าน: Tritium (ทริเทียม) – ปลอดภัยขึ้น แต่มีอายุขัย

หลังจากเรเดียมถูกแบน ผู้ผลิตนาฬิกาได้หันมาใช้ Tritium (ทริเทียม) ซึ่งเป็นสารกัมมันตรังสีที่มีค่ารังสีต่ำกว่าและปลอดภัยกว่ามาก (นาฬิกายุคนี้มักจะมีสัญลักษณ์ตัว T อยู่บนหน้าปัด เช่น “T SWISS T”)

  • จุดเด่น: เรืองแสงได้เองเช่นกัน แต่อันตรายน้อยกว่ามาก

  • เสน่ห์ของสายวินเทจ: ทริเทียมมีค่าครึ่งชีวิต (Half-life) อยู่ที่ประมาณ 12.3 ปี หมายความว่าเมื่อเวลาผ่านไป พรายน้ำจะค่อยๆ เสื่อมสภาพและเปลี่ยนจากสีขาว/ครีม กลายเป็น “สีเหลืองนวลหรือสีส้มพาทิน่า” (Patina) ซึ่งนี่คือจุดที่นักสะสมนาฬิกาวินเทจหลงใหลที่สุด เพราะมันแสดงถึงกาลเวลาและเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละเรือน

3. ยุคร่วมสมัย: Super-LumiNova (ซุปเปอร์-ลูมิโนวา) – นวัตกรรมยุคใหม่ที่ไม่เป็นอันตราย

ในปี 1993 บริษัทสัญชาติญี่ปุ่น Nemoto & Co. ได้คิดค้นสารเรืองแสงชนิดใหม่ที่ปฏิวัติวงการนาฬิกา นั่นคือ LumiNova (และพัฒนามาเป็น Super-LumiNova โดยบริษัทสวิส) ซึ่งเป็นสารเคมีประเภท Strontium Aluminate

  • หลักการทำงาน: สารชนิดนี้ ไม่มีรังสี 100% แต่ใช้หลักการ “ชาร์จพลังงาน” (Photoluminescent) จากแสงแดดหรือแสงไฟ และจะค่อยๆ ปล่อยแสงสว่างออกมาในที่มืด

  • ความทนทาน: ไม่มีวันเสื่อมสภาพ (ตราบใดที่ไม่มีความชื้นเข้าไปทำลาย) สามารถชาร์จและเรืองแสงใหม่ได้นับครั้งไม่ถ้วน มีให้เลือกหลากหลายสี เช่น สีเขียว (C3) หรือสีฟ้า (BGW9)

💡 รู้หรือไม่? ความต่างของ พรายน้ำวินเทจ VS พรายน้ำยุคใหม่

  • นาฬิกาวินเทจ (Radium/Tritium): ปัจจุบันส่วนใหญ่จะ “หมดอายุ” และไม่เรืองแสงในที่มืดแล้ว แต่จะมีสีสันที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา (Patina) ซึ่งเพิ่มมูลค่าในเชิงศิลปะและการสะสม

  • นาฬิกายุคใหม่ (Super-LumiNova/Chromalight): เน้นความสว่างสูงสุด ใช้งานได้จริง และปลอดภัย 100% หากนาฬิกาของคุณ พรายน้ำไม่สว่างแล้ว สามารถส่งมาทำพรายน้ำได้ที่ Magnano Service

วิธีดูแลพรายน้ำบนหน้าปัดนาฬิกา

เพื่อยืดอายุการใช้งานของพรายน้ำ ควรทำดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงความชื้น
  • หลีกเลี่ยงการกระแทกรุนแรง
  • เก็บในที่แห้ง
  • ตรวจเช็กสภาพนาฬิกาเป็นระยะ

สำหรับนาฬิกากลไกหรือแบรนด์หรู ควรมีการบำรุงรักษาและล้างเครื่องตามระยะเวลาที่เหมาะสม

Hotline สายด่วน! บริการฉุกเฉินด้านนาฬิกา
โทร : 085-686-4433