ข้อมูลบริษัท สาขาที่ตั้ง งานบริการกุญแจ งานบริการนาฬิกา โปรโมชั่น มุมสมาชิก สมัครงาน การรับประกัน ติดต่อเรา ตอบปัญหาเรื่องนาฬิกา กระดานสนทนา

นาฬิกาที่เราเชี่ยวชาญ

 - ซ่อมนาฬิกา Patek Philippe
 - ซ่อมนาฬิกา ROLEX
 - ซ่อมนาฬิกา AUDEMARS
 - ซ่อมนาฬิกา Cartier
 - ซ่อมนาฬิกา BREITLING
 - ซ่อมนาฬิกา PANERAI
 - ซ่อมนาฬิกา Tag Heuer
 - ซ่อมนาฬิกา Omega
 - ซ่อมนาฬิกา LONGINES
 - ซ่อมนาฬิกา MOVADO
 - ซ่อมนาฬิกา RADO
 - ซ่อมนาฬิกา SWISS อื่นๆ
 - ซ่อมนาฬิกา JAPAN อื่นๆ
 - ดูผลงานงานซ่อม
  
Before & After

บริการที่เป็นเลิศของเรา

 - ตรวจเช็คสภาพนาฬิกา
 - เปลี่ยนถ่านนาฬิกา
 - เปลี่ยนสายนาฬิกา
 - ล้างเครื่อง ซ่อม
   เปลี่ยนอะไหล่
 - ทำความสะอาดตัวเรือน
 - ชุบสายนาฬิกา ตัวเรือน
 - ตรวจเช็คความเที่ยงตรง

สาขาที่ตั้ง

- สาขาสำนักงานใหญ่
  ศูนย์ซ่อมนาฬิกาแมกนาโน่
  ถนน รัชดา
-พระราม3
- สาขา  Lotus พระราม4
- สาขา  Big C พระราม4
- สาขา  Big C แจ้งวัฒนะ
- สาขา  Big C อ่อนนุช
- สาขา  Lotus บางประกอก
- สาขา  Big C ลาดพร้าว
- สาขา  THE MALL บางแค
- สาขา  THE MALL บางกระปิ
- สาขา  CENTRAL พระราม3
- สาขา  CENTRAL พระราม2
- สาขา THE MALL ท่าพระ
- สาขา Big C วงศ์สว่าง
- สาขา Big C Extra พระราม 2

  มุมความรู้

 - ประวัตินาฬิกาสวิส
 
- ประวัตินาฬิกา ROLEX
 
- ประวัตินาฬิกา TAG HEUER
 
- ประวัตินาฬิกา BREITLING

 - ประวัตินาฬิกา OMEGA


บริการทำกุญแจระบบ immobilizer
บริการทำกุญแจระบบฝังชิพ
IMMOBILIZER

Watch Brand Name Links

Our partners


ยินดีรับบัตรเครดิต กสิกรไทย
VISA MASTER
 

ทุกสาขา























 

 ประวัติ นาฬิกาสวิส
 

...นาฬิกาสวิสไม่ใช่จะดีเฉพาะคุณภาพอย่างเดียว แต่ยังมีรูปแบบให้เลือกอย่างหลากหลายอีกด้วย ทั้งในแง่เทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำหน้า และหน้าตาที่สวยงาม นาฬิกาสวิสนั้นมีการส่งออกถึง ๙๕% ของจำนวนที่ผลิต และทำให้สวิตฯเป็นประเทศส่งออกนาฬิกาอันดับหนึ่งของโลก...

ตอน : ประวัตินาฬิกาสวิส

ตอนนี้ขอเล่าเรื่องนาฬิกาสวิสหน่อยแล้วกันนะคะ ไหน ๆ ก็ได้ชื่อว่าเป็นประเทศแห่งนาฬิกาคุณภาพเยี่ยมแล้ว

สวิตฯไม่ใช่ประเทศแรกที่ทำนาฬิกาค่ะ ประเทศที่เป็นผู้บุกเบิกตัวจริงนั้นได้แต่อิตาลี เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ และเนเธอร์แลนด์ ประเทศเหล่านี้ต่างผลิตนาฬิกาเพื่อเป็นเครื่องประดับสูงค่า สำหรับชนชั้นเจ้านายและราชวงศ์ รวมทั้งผู้ดีมีเงิน หรือไม่ก็เพื่อเป็นเครื่องมือที่ใช้ในทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากประเทศสวิตฯไม่เคยมีเจ้าขุนมูลนายก็เลยไม่เคยสนใจในเรื่องการทำนาฬิกามาแต่ไหนแต่ไร

 
คลิกดูภาพขยาย


แต่การผลิตนาฬิกาเริ่มเป็นที่แพร่หลายก็ที่เมืองเจนีวา (บ้านที่สองของรจนา) นี่แหละค่ะ โดยเริ่มในราวศตวรรษที่ ๑๗ โดยช็อง คาลแว็ง (Jean Calvin) ผู้สั่งห้ามการแสดงออกซึ่งความร่ำรวย (มีอย่างนี้ด้วยนิ) และบังคับให้ผู้ผลิตอัญมณีเปลี่ยนจากการทำเครื่องประดับอันล้ำค่าไปหัดทำนาฬิกาแทน

 
คลิกดูภาพขยาย


เจนีวาก็เลยกลายเป็นศูนย์กลางของการออกแบบและการตลาดทั้งก่อนและหลังที่จะกลายเป็นประเทศสหพันธรัฐสวิสในปี ค.ศ. ๑๘๑๕ ถึงตอนนั้นการผลิตก็ขยายตัวไปยังมณฑลอื่น ๆ โดยเฉพาะมณฑลนูชาเต็ล (Neuchâtel)

 
คลิกดูภาพขยาย


ช่างนาฬิกาสวิสต่างเดินทางไปศึกษาหาความรู้ในประเทศอื่นและไปฝึกทักษะฝีมือด้วย ช่างฝีมือที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คนหนึ่งคือ Abraham-Louis Breguet (1747-1823) เกิดที่นูชาเต็ล ไปอบรมที่แวร์ซายล์ และทำมาหากินในปารีสหลังจากไปอยู่ลอนดอนนานหลายปี เบรเกะต์นี้ถือว่า ผู้ประดิษฐ์นาฬิกาที่ยิ่งใหญ่แห่งยุคสมัยเลยค่ะ แต่รจนาจะไม่เล่ามากไปกว่านี้นะคะ

 
คลิกดูภาพขยาย


ช่างประดิษฐ์ชาวสวิส (โดยเฉพาะชาวเจนีวา) ถือว่าอยู่แนวหน้าของการประดิษฐ์คิดค้น และยังทำเป็นพ่อค้าแม่ขายที่เก่งกาจอีกด้วย นับแต่เริ่มทำนาฬิกา ผู้ประดิษฐ์สวิสก็เน้นการส่งออกเป็นหลัก ทำให้มีพ่อค้าที่ชำนาญเรื่องการขายนาฬิกาโดยเฉพาะ (ปัจจุบันนาฬิกาสวิสส่งออกถึง ๙๕ % ของการผลิต)

ตอนแรก ๆ ช่างนาฬิกาก็เลียนแบบ (หรือขโมยลิขสิทธิ์) รูปแบบนาฬิกาฝรั่งเศสและอังกฤษค่ะ โดยทำออกมาแบบถูก ๆ แต่ใช้เทคนิคการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า และความเป็นนักการค้าที่เก่งกว่า

 
คลิกดูภาพขยาย


พออุตสาหกรรมนาฬิการุ่งเรืองดี ผู้ประดิษฐ์ชาวสวิสก็เลิกเลียนแบบ และหันมาออกแบบเองค่ะ (ตอนหลังมีไทยแลนด์ ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลียนแบบต่อบ้าง เข้าทำนอง กงกรรมกงเกวียน)

ชิ้นส่วนนาฬิกาต่าง ๆ นั้นมักจะตามบ้าน (รับเหมา) หรือในโรงงานเล็ก ๆ ในหมู่บ้านรอบมณฑลเจนีวา โดยใช้ระบบที่เรียกว่า "รับงานไปทำที่บ้าน (homeworking)" เหมือนกับบ้านเราเหมือนกันนะคะ ชิ้นส่วนเหล่านี้จะถูกส่งไปให้ช่างฝีมือในเจนีวาเพื่อประกอบเป็นนาฬิกาในที่สุดค่ะ

 
คลิกดูภาพขยาย


กล่าวกันว่า ราคาชิ้นส่วนต่าง ๆ ของนาฬิกานั้น มีมูลค่าจิ๊บจ๊อยมาก เมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิตทั้งหมด ที่แพงที่สุดก็คือ ค่าแรงงานช่างฝีมือที่ต้องประดิษฐ์ประดอย ใช้เวลาประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่างประณีตที่สุด แม่นยำที่สุด บางครั้งต้องนำชิ้นส่วนที่เล็กจนต้องใช้แว่นขยายประกอบเข้าใจตัวเรือนเล็กจิ๋วหรือบางเฉียบ และนาฬิกาส่วนใหญ่จะใช้ชิ้นส่วน ๒๐๐-๓๐๐ ชิ้น (บางเรือนใช้ถึง ๑,๕๐๐ กว่าชิ้นค่ะ) สิ่งนี้แหละค่ะ ที่ทำให้นาฬิกายี่ห้อดี ๆ ถึงแพงเหลือใจ ไม่ใช่เพราะประดับเพชรประดับทองสักเท่าไร (แต่ก็มีส่วนนิ) .... ช่างฝีมือสวิสนั้นได้ค่าแรงเป็นชั่วโมงค่ะ และชั่วโมงไม่ใช่ร้อยกว่าบาท แต่เป็นพันค่ะ

 
คลิกดูภาพขยาย


แต่ก่อนนี้ นาฬิกายังไม่ใช่ของประดับร่างกาย (หรือข้อมือ) แต่เป็นของประดับบ้าน นาฬิกาข้อมือนั้นเพิ่งมาเป็นที่นิยมในศตวรรษที่ ๒๐ นี่เอง แต่ก่อนก็ใช้วิธีห้อยกับสายสร้อย พกในกระเป๋า หรือแขวนไว้กับเข็มขัด เป็นต้น ในสมัยก่อนนั้น นาฬิกาถือเป็นอัญมณีประดับกายพอ ๆ กับเป็นที่บอกเวลาค่ะ

 
คลิกดูภาพขยาย


จุดเด่นของนาฬิกาแบบเจนีวาก็คือ การตกแต่งค่ะ ความสวยงามของนาฬิกาสวิส (เจนีวา) นี้ทำให้เครื่องบอกเวลานี้มีความดึงดูดต่อสายตา

อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสแซงหน้าอังกฤษในที่สุดในตอนกลางศตวรรษที่ ๑๙ แล้วก็มีคู่แข่งสำคัญที่ช่วงเดียวกัน คือ ช่างประดิษฐ์นาฬิกาอเมริกันที่สามารถผลิตนาฬิกาที่มีความแม่นยำได้ทีละจำนวนมาก ๆ (เหมือนปั๊มออกมา) และชิ้นส่วนต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนได้ คู่แข่งนี้ทำให้การส่งออกนาฬิกาสวิสในช่วงนั้นตกลงถึง ๗๕% ภายในช่วงสิบปี

 
คลิกดูภาพขยาย


ด้วยเหตุนี้เองที่ประเทศสวิตฯจึงเร่งพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่เน้นความแม่นยำ โดยผลิตเครื่องจักรที่มีความสามารถสูง แล้วก็เพิ่มของแถมจูงใจคนซื้อ เช่น มีบอกวันที่และเดือน รวมทั้งจับเวลาได้ บริษัท Rolex เป็นผู้ผลิตนาฬิกาเรือนแรกที่กันน้ำได้ในช่วงทศวรรณ ๑๙๒๐ ค่ะ

 
คลิกดูภาพขยาย


พอมาถึงศตวรรษที่ ๒๐ ช่วงแห่งการปฏิวัติด้านนาฬิกา มีการคิดค้นนาฬิกาคว้อตซ์ที่เมืองนูชาเต็ล Neuchâtel (ปี ค.ศ. ๑๙๖๗) แต่ผู้ประดิษฐ์สวิสกลับหัวไม่ไวเท่าไร ปล่อยให้ญี่ปุ่นและอเมริกานำเทคนิคนี้ไปใช้ประโยชน์เสียก่อนอย่างน่าเสียดาย ช่วงนั้น ผู้ประดิษฐ์สวิสมุ่งไปที่การวิจัยและพัฒนาในการสร้างนาฬิกาแบบกลไก (ไขลาน) มากกว่า ซึ่งถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ค่ะ ทำให้อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสแทบล่มสลายม้วนเสื่อไปจากวงการเลยเลยทีเดียว...และพวกเราเองก็คิดถึงนาฬิกาคว้อตซ์คู่กับนาฬิกาญี่ปุ่นเสียมากกว่า

 
คลิกดูภาพขยาย


แต่ดวงยังดีค่ะ ที่ผู้ผลิตชาวสวิสยังรู้ตัวก่อนจะสายเกินไป ได้มีการพยายามปฏิวัติอุตสาหกรรมนาฬิกาเสียใหม่ โดยทำให้นาฬิกานั้นกลายเป็นเครื่องหมายแห่งแฟชั่น มีการออกแบบและผลิตนาฬิการาคาถูก ยี่ห้อ Swatch ออกมาขายเป็นเรือนล้าน (ใช้เทคโนโลยี่คว้อตซ์) และทำให้ประเทศสวิสกลับมาอยู่แถวหน้าของการส่งออกนาฬิกาอีกครั้งหนึ่ง

 
คลิกดูภาพขยาย


เพื่อน ๆ มีนาฬิกา Swatch กันสักเรือนแล้วหรือยังคะ? รจนามีอยู่หนึ่งเรือน แต่หายไปตอนเดินทางไปศรีลังกาค่ะ ส่วนพ่อบ้านมีอยู่เรือนหนึ่งเหมือนกัน กันน้ำได้ จับเวลาได้ ราคาก็ประมาณ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาทค่ะ

ความสำเร็จของนาฬิกา Swatch ถือเป็นจุดหมุนเปลี่ยนที่สำคัญของนาฬิกาสวิสทั้งหมด ทำให้ผู้ผลิตยี่ห้ออื่น ๆ เกิดความมั่นใจอีกครั้งหนึ่ง

 
คลิกดูภาพขยาย


คนที่รู้จักนาฬิกาสวิสย่อมเชื่อถือในคุณภาพอันสูงเยี่ยม (แม้ Swatch จะราคาถูก แต่คุณภาพก็ไม่กระจอกค่ะ ทำอะไรได้หลายอย่าง กันน้ำได้ทุกเรือน มีแบบจับเวลาได้ด้วย) และภาคการส่งออกนาฬิกานั้นติดอันดับสามของประเทศ รองจากการส่งออกเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ด้านวิศวกรรม (นับจากมูลค่าการส่งออก)

 
คลิกดูภาพขยาย


อย่างที่เล่าไปแล้วว่า นาฬิกาสวิสนั้นมีการส่งออกถึง ๙๕% ของจำนวนที่ผลิต และทำให้สวิตฯเป็นประเทศส่งออกนาฬิกาอันดับหนึ่งของโลก

มูลค่าการส่งออกในปี ค.ศ. ๒๐๐๔ คือ ๙,๐๐๐ ล้านดอลล่าร์ จำนวนนาฬิกาที่ส่งออกมีประมาณ ๒๕ ล้านเรือน ซึ่งยังน้อยกว่าเมืองจีน (ส่งออก ๑,๐๐๐ ล้านเรือน) และฮ่องกง (ส่งออก ๗๐๐ ล้านเรือน) แต่มูลค่าของนาฬิกาสวิสนั้นสูงกว่าสองประเทศหลังมากมายนัก

 
คลิกดูภาพขยาย


กล่าวกันว่า ราคาเฉลี่ยของนาฬิกาส่งออกจากเมืองจีน คือ เรือนละ ๑ ดอลล่าร์ ส่วนของฮ่องกงนั้น ๕ ดอลล่าร์ แต่ค่าของนาฬิกาสวิสนั้นอยู่สุดขั้วอีกด้านค่ะ คือ เฉลี่ยเรือนละ ๓๒๙ ดอลล่าร์ ถือว่าสูงที่สุดในโลก

 
คลิกดูภาพขยาย


ตลาดปัจจุบันของนาฬิกาสวิสเน้นอยู่ที่สามทวีป รายแรกลูกค้าใหญ่คือ อเมริกา (๑๗ % ของมูลค่าการส่งออก ปี ๒๐๐๔) รายต่อมา คือ ฮ่องกง ประมาณ ๑๖ % (ถือเป็นจุดส่งผ่านที่สำคัญ ที่มีการส่งออกต่อไปประเทศลูกข่ายด้วย) ลูกค้ารายต่อมา คือ ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ จากนั้นก็มีอิตาลี และฝรั่งเศส ซึ่งคาดว่าเอาไว้ขายนักท่องเที่ยวอีกทีนึง (รจนายังไปซื้อนาฬิกาสวิสลองจิ้น Longine ที่สนามบินปารีสเลย - เห็นไหมคะ รู้สึกว่าราคาจะถูกกว่าซื้อที่เจนีวาหน่อยนึง เพราะได้ลดหย่อนภาษี)

 
คลิกดูภาพขยาย


กล่าวกันว่าในปี ค.ศ. ๒๐๐๔ มีประเทศสั่งซื้อสำคัญรวม ๑๕ ประเทศที่ซื้อนาฬิกาสวิสมากกว่า ๘๒ % ของนาฬิกาส่งออกจากสวิตฯค่ะ

นาฬิกาสวิสไม่ใช่จะดีเฉพาะคุณภาพอย่างเดียว แต่ยังมีรูปแบบให้เลือกอย่างหลากหลายอีกด้วย ทั้งในแง่เทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำหน้า และหน้าตาที่สวยงาม นาฬิกาสวิส ๙๐ % นั้นเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ และมีแบบไขลานเหลืออยู่ประมาณ ๑๐ % แต่เป็น ๑๐ % ที่มีมูลค่าการส่งออกถึงครึ่งนึงของทั้งหมดเลยค่ะ ไม่กระจอกเลย นาฬิการาคาแพงระยับระดับแถวหน้านั้น ถือเป็นนาฬิกาที่มีความซับซ้อนมากที่สุดของโลกทีเดียว บางเรือนยังแพงกว่าซื้อรถบีเอ็มหนึ่งคันเสียอีก

 
คลิกดูภาพขยาย


ตรารับประกันคุณภาพที่เขียนว่า "Swiss made" นั้นเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตสวิสหวงแหนเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับมีการเซ็นสัญญาระดับทวิภาคีและพหุภาคีในระดับสากลเพื่อให้ประเทศสวิตฯสามารถฟ้องร้องคนที่เอาตรานี้ไปลักลอบใช้ (กับนาฬิกาของปลอม เป็นต้น) ค่ะ กล่าวกันว่า หากเราเดินทางเข้าประเทศสวิตฯและด่านตรวจคนเข้าเมืองเขาพิสูจน์ได้ว่า โรเล็กซ์ของเราเป็นของเก๊ เขาสามารถเอาฆ้อนทุบต่อหน้าเราได้เลย (ที่จริงคงไม่ถึงอย่างนั้น แต่หมายความว่าริบได้เลย - ส่วนจะเสียค่าปรับหรือเปล่ารจนายังไม่ทราบค่ะ)

 
คลิกดูภาพขยาย


กล่าวโดยสรุป การที่จะมีตราว่า "ผลิตในสวิตฯ" ได้นั้น ส่วนประกอบที่ใช้อาจจะผลิตมาจากต่างประเทศได้บางส่วน แต่จะต้องไม่เกินจำนวน ๕๐ % ของมูลค่าทั้งหมดของส่วนประกอบ และนาฬิกาที่จะเรียกว่า สวิสเม้ด ได้นั้นจะต้องมีการประกอบและตรวจสอบคุณภาพในประเทศสวิตฯเท่านั้นค่ะ

 
คลิกดูภาพขยาย


ขอเล่านอกเนื่องนิดนึง ตอนอยู่เมืองไทย พ่อบ้านซื้อคักเทียร์ (Cartier) จากแถวพัฒพงษ์เรือนนึง ก็ใส่เล่นอยู่เรื่อยมา วันหนึ่งเจอช่างนาฬิกาสวิส ที่ทำตัวเรือนคักเทียร์ เขาก็บอกว่า โอ๊ย นาฬิกายี่ห้อนี้หากใครทำปลอมก็ดูออกไม่ยาก พ่อบ้านก็เลยถามว่า งั้นช่วยดูนาฬิกาของฉันได้ไหมว่าของจริงหรือเปล่า เพื่อนก็เอาไปดู ผ่านแว่นขยายเล็ก ๆ แล้วก็ยืนยันขึงขังว่า อันนี้ของจริง พ่อบ้านถามว่า ดูยังไง เพื่อนบอกว่า อ๋อ ให้ดูตรงตัวอักษรโรมันของเลขเจ็ด คือ VII โดยดูที่ขาหลังของตัว V ตรงขาหลังนี้ไม่ใช่เส้นขีดตรง ๆ แต่จะสลักคำว่า Cartier ไว้อย่างแนบเนียน เล็กจนมองเผิน ๆ ไม่ออก ดูเหมือนเป็นเส้นเดียวกันตลอด

 
คลิกดูภาพขยาย


ถึงตอนนี้ พ่อบ้านก็เลยเฉลยว่า นาฬิกาเรือนนี้ปลอมร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะซื้อมาจากตลาดนาฬิกาที่พัฒพงษ์จ้ะ เล่นเอาเพื่อนชาวสวิสของเราอึ้งไปเลย

แต่จากนั้นมา เรากลับมาครุ่นคิดอีกที ก็อาจเป็นไปได้ว่า อุปกรณ์จำนวนมากของนาฬิกาสวิสนั้น ทำในต่างประเทศ แล้วเอามาประกอบในสวิตฯ ก็เป็นไปได้ว่า ช่างฮ่องกงหรือไต้หวันหรือจีนแดงทำเอาไว้เกิน ๆ แล้วก็เอาที่เหลือไปประกอบเป็นนาฬิกาขายถูก ๆ ดังนั้น นาฬิกาที่พ่อบ้านมี (ตอนนี้เสียไปแล้ว) ก็คงจะมีอุปกรณ์จริงหลายตัว แต่ไม่ได้ประกอบในสวิตฯ หรือโดยช่างสวิส

นอกเรื่องด้วยประการฉะนี้ค่ะ

 
คลิกดูภาพขยาย


กลับมาคุยเรื่องนาฬิกาต่อ ในประเทศสวิตฯจะมีงานแสดงอย่างยิ่งใหญ่ปีละสองงานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ งานหนึ่งจัดที่เมืองบาเซิ่ล คือ The World Watch and Jewellery Show in Basel ซึ่งมีคนมาชมถึง ๙๐,๐๐๐ คนในช่วงเวลา ๘ วัน (ปี ค.ศ. ๒๐๐๕)

ส่วนอีกงานหนึ่งจัดที่เมืองเจนีวาค่ะ ใช้ชื่อว่า the Salon International de la Haute Horlogerie (SIHH) หรือ International Salon for Prestige Watchmaking เป็นการแสดงเฉพาะนาฬิกาชั้นเลิศเท่านั้น โดยแขกที่มาชมจะต้องเป็นผู้ชำนาญการเรื่องนาฬิกาและต้องได้รับเชิญจากบริษัทนาฬิกาที่มาแสดงโดยเฉพาะ ปี ๒๐๐๕ มีคนเข้าชมประมาณ ๑๑,๕๐๐ คน ถือว่า เป็นงานแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของเจนีวาค่ะ (รองจากงานมอเตอร์โชว์แสดงรถยนต์) งานนี้จะนำเสนอเฉพาะนาฬิการุ่นล่าสุด แบบที่ยอดเยี่ยมที่สุด ทำยากที่สุด ซับซ้อนที่สุด และที่สุดของที่สุดหลาย ๆ อย่าง หรือประเภทมีผลิตออกมาแค่รุ่นเดียว หรือมีแค่เรือนเดียวในโลก ประมาณนั้นค่ะ

 
คลิกดูภาพขยาย


นอกจากงานแสดงในประเทศแล้ว ในปี ๒๐๐๓ ก็ยังมีการจัดแสดงนอกประเทศด้วย โดยใช้ธีมของการจัดแสดงว่า "Think Time, Think Swiss Excellence" งานนี้จัดครั้งแรกที่เมืองเซ็นต์ปีเต้อร์สเบิร์ก ตามด้วยบรัสเซลล์ กรุงเทพฯ และมุมไบ (บอมเบย์) ไม่รู้ว่าที่บ้านเรามีใครได้ไปเที่ยวงานที่ว่าบ้างหรือเปล่า







ยี่ห้อนาฬิกาสวิสที่น่ารู้จักก็ได้แก่
A Lange & Sohne
Audemars Piguet
BVLGARI
Bedat & Co.
Breguet (นโปเลียนเคยสั่งทำนาฬิกายี่ห้อเบรเกะต์นี้ด้วย)
Bell & Ross
Breitling
Cartier
Corum
De Grisogono
Ebel
EmaS
Franck Muller
Girard-Perregaux
Glycine
Harry Winston
IWC (ย่อมาจาก International Watch Company - สุดยอดนาฬิกาดีและแพงอีกยี่ห้อหนึ่ง)
Jaeger-LeCoultre
Louis Vuitton (อ้าว...นึกว่าทำแต่กระเป๋า)
Omega (นี่ก็นาฬิกาประจำใจค่ะ คุณแม่เคยมีเรือนนึง)
Oris
Panerai (อ่านเผิน ๆ เหมือน พรรณราย นะคะ)
Patek Philippe (เขามีมิวเซียมนาฬิกาน่าสนใจค่ะ วันหลังจะพาไปเที่ยว)
Prestige
Roger Dubuis
Rolex (ยี่ห้อนี้เชื่อว่า ไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จัก???)
Scatola Del Tempo
Tag Heuer
Tudor
Vintage Rolex
Ulysse Nardin
Vacheron Constantin
Zenith

 

สงวนลิขสิทธิ์ 2548 โดย บริษัท แมกนาโน่ เซอร์วิส เน็ตเวอร์ค จำกัด

สำนักงานใหญ่: 2534/180 ถนนราษฎร์อุทิศ 1 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120   โทร. 0-2683-6700 Free counter and web stats